最新文章:

  • ส่วนเงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.12 ดอลลาร์/ยูโร จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 1.1230 ดอลลาร์/ยูโรโดยบริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมทั้งหมด 30 ปี เท่ากับ 3,846 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 30 ปีเท่ากับ 3,136 ล้านบาท กำไรสุทธิ 30 ปี เท่ากับ 711 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดรับสุทธิ 124 ล้านบาท、ด้านนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการ BOJ ระบุว่า BOJ จะลดอัตราดอกเบี้ยให้ติดลบมากขึ้น หากมีความจำเป็น เพื่อให้บรรลุเป้าอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% โดยในขณะนี้ อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นชะลอตัวอยู่ที่ 0.5% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของ BOJ อยู่มากTKS(ราคาปิดภาคเช้า 7.55) ซื้อคาดดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,300 จุด เรายังมองกลุ่มพลังงานจะยังมีโมเมนตัมบวก จากราคาน้ำมันที่ยืนเหนือ 30 เหรียญ/บาร์เรล แนะนำเก็งกำไร SPRC และ SGP โดยมองเป็นหุ้น laggard ในภาคเช้า และแนะนำสะสมหุ้นกลุ่มอสังหาฯ จากที่มีความเสี่ยงจำกัดจากที่ปรับตัวขึ้นน้อยกว่าดัชนี และมีแนวโน้มผลประกอบการ 4Q58 เด่น อีกทั้ง มีความเสี่ยงต่อการถูกขายทำกำไรบริเวณ 1,300 จุด ต่ำกว่ากลุ่มอื่น2021-7-24
  • สำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 58 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 20,173 ล้านบาท ลดลง 39% จากปีก่อนหน้า เป็นผลจากการไม่นับรวมรายได้ของการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก ขณะที่ปริมาณขาย และราคาขายที่ลดลงของธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน ตามภาวะราคาเหล็กในตลาดโลกซึ่งปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยมีปริมาณขายเหล็กรวม 1.13 ล้านตัน ขณะที่มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย,ภาษี,ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ติดลบ 37,907 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 40,840 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลขาดทุนจากการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก 38,037 ล้านบาทโดยกำลังการผลิตที่เต็มศักยภาพทำให้ใน ไตรมาส3 มีรายได้จากส่วนนี้เข้ามาชดเชยงานโรงพิมพ์ ขณะที่ ไตรมาส4 คาดว่างาน โรงพิมพ์จะเข้าเยอะ เพราะเป็น high season จุดเด่นมากๆ ในปี 59 คือโรงไฟฟ้าจากบริษัทลูกรวมๆ อีก ประมาณ 50 mw น่าจะจ่ายไฟฟ้าได้เกือบครบในปี นี้ รวมเป็น 60 MW และก้าวเป็น 150 mw ในปี 60,แนวรับ: 36.5 +/-ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 36-40 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 35.50 บาท2021-7-24
  • สิงคโปร์เผยยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 2.9%สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 100.8 โดยปรับตัวลดลงจาก 102.7 ในเดือนธ.ค.58 โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการใน 3 เดือนข้างหน้า ได้แก่ ความกังวลต่อตลาดการเงินโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งการชะลอตัวของการบริโภคในประเทศ และปัญหาเงินทุนหมุนเวียนในกิจการโดยเฉพาะ SMEs อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีฯ ยังมีค่าเกิน 100 แสดงว่าผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินกิจการในอีก 3 เดือนข้างหน้า,ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงซื้อส่งเข้าหนุนอย่างคึกคัก โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มธนาคาร และกลุ่มค้าปลีก ต่างก็ปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากสหรัฐและจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีเกินคาด โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเดือนม.ค.เพิ่มขึ้น 0.2% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.1% ขณะที่ธนาคารกลางจีนเปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ยอดการปล่อยกู้ใหม่สกุลเงินหยวนของจีนในเดือนม.ค.พุ่งขึ้น 71% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 2.51 ล้านล้านหยวน (3.85 แสนล้านดอลลาร์) BJC ร่วงเกือบ 4% โบรกฯชี้ราคาอ่อนตัวหลังเตรียมกู้เงินเพื่อทำเทนเดอร์ฯ BIGCหุ้นกลุ่มส่งออกร่วงลงหลังจากเงินเยนแข็งค่าขึ้น โดยหุ้นโตโยต้า มอเตอร์ ดิ่งลง 2.4% และหุ้นฟูจิ เฮฟวี่ อินดัสทรีส์ ร่วงลง 2.5%ด้านการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ ตลาดทั่วโลกเริ่มมีมุมมองว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการเทขายหุ้นมากเกินไปหรือเปล่า หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีขึ้น และสถานการณ์ธนาคารในยุโรปเริ่มคลี่คลาย ทำให้น่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามา แต่ผู้ลงทุนยังคงต้องระมัดระวังการลงทุน โดยกลยุทธ์การลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับการลงทุนในหุ้นที่มีปันผลดี พื้นฐานดี และ Valuations ถูกไว้ก่อน และเน้นหุ้นที่มี Theme และมีเรื่องราวเฉพาะ เช่น หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล และหุ้นรับเหมาก่อสร้างที่จะได้ประโยชน์จากโครงการภาครัฐ。 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ปิดตลาดรอบเช้า (17 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 300ล้านบาทสัญญาณกราฟของ PLE ถือว่า bottom สุดๆ ไม่น่าจะมีอะไรต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว ขณะที่โวลุ่มแอบสะสมเพิ่มขึ้นและ RSI เกิด Bullish divergence กราฟแท่งเทียนกำลังสร้าง Tower หากผ่าน 0.88 บาท จะเอาไม่อยู่ เจอกันเป้าหน้า 1 บาทเต็มๆ เรียกได้ว่าน่าลุ้นเป็นอย่างยิ่ง2021-7-24
  • โดยเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการ BOJ มีมติ 5-4 เสียงให้ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบ คือ -0.1% สำหรับสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ในประเทศที่นำเงินไปฝากไว้กับ BOJ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.พ.เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่า ธนาคารพาณิชย์จะต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าฝากแก่ BOJ หากมีการนำเงินส่วนเกินมาพักไว้ที่ BOJหากเทียบกับสถิติเดือนธ.ค.2558 ยอดปล่อยกู้สกุลเงินหยวนเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า RCI ปัดข่าว ซีอาร์ซี ไทวัสดุ สนใจเข้าซื้อกิจการโดยเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการ BOJ มีมติ 5-4 เสียงให้ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบ คือ -0.1% สำหรับสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ในประเทศที่นำเงินไปฝากไว้กับ BOJ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.พ.เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่า ธนาคารพาณิชย์จะต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าฝากแก่ BOJ หากมีการนำเงินส่วนเกินมาพักไว้ที่ BOJทั้งนี้ ราคาหุ้นที่ข่าวหุ้นออนไลน์ได้ทำการสรุปมานั้น เป็นเพียงการสรุปตามความเคลื่อนไหวของราคาประจำวันที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งมีปัจจัยพื้นฐานที่คาดว่าจะส่งผลกระทบหรือหนุนราคาหุ้นนั้นๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ การตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่านนอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้พักงานพนักงานอีก 2 ราย ระยะเวลา 7 วัน โดยมีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 15 23 กุมภาพันธ์ 2559 ได้แก่ 1. นายวุฒิพร มฤทธิดา รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการบิน/นักบินผู้ควบคุมอากาศยาน 2.นายสุชาติ ภักดีพงษ์ ผู้&#